-------------------------------------------------------------------------------- --------------------------------------------------------------------------------

ลงโฆษณา

วันเสาร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การพูดต้องระวังเรื่องน้ำเสียง

น้ำเสียง ถ้าบังเอิญ เราได้พบกับคนที่เราไม่เคยลืมเขาเลย ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าเราดีใจแค่ไหน คำแรกที่เรามักทักทายกันก็คือ

“เฮ้ย ไม่เจอกันตั้งนาน เป็นไงมั่ง”
“เออ...นานจริงๆ ว่ะ”

จากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มคุยกันต่อไป แต่ถ้าในระหว่างที่คุยกันนั้นเราเกิดรู้สึกขึ้นมาว่า
“เอ๊ะ ทำไมตอนเห็นเรา ดูเขาไม่ค่อยตื่นเต้น แต่พอเราทักเข้า ก็ทำเป็นดีอกดีใจ อย่างนี้มันไม่จริงใจนี่หว่า”

ถ้าอย่างนี้ ก็จะไม่มีอารมณ์พูดคุยต่อไปหรือดีอกดีใจเหมือนแต่แรก แต่ถ้าเป็นในทางตรงข้าม เกิดรู้สึกขึ้นมาว่า “ไม่ได้คิดเลยว่า เขาจะดีใจมากเช่นนี้ที่ได้เจอเรา” ถ้าคิดอย่างนี้ ก็จะรู้สึกได้ถึงน้ำใจของเขา และการพูดคุยก็จะดำเนินต่อไปอย่างสนุกสนาน อีกฝ่ายจะรู้สึกสบายใจด้วย และพลอยทำให้ทั้งสองฝ่ายมีอารมณ์แจ่มใส นี่คือเงื่อนไขภายในที่เปลี่ยนไป

ถ้าการพูดคุยนั้นเป็นไปอย่างยืดยาว เราเองก็ไม่ได้เบื่อที่จะคุยด้วย แต่รู้สึกอ่อนเพลียมาก อาการอยากคุยของเราก็จะลดน้อยถอยลงไปด้วยเช่นกัน

ในการพูดคุยกันนั้น ถ้าอีกฝ่ายไม่ค่อยระวังน้ำเสียงหรือคำพูด ก็มักทำให้เงื่อนไขภายในที่ว่านี้เปลี่ยนไปได้เหมือนกัน เช่น ถ้ามีใครมาทักทายเราว่า

“คุณ A”
“ครับผม”

ถ้าเราตอบอย่างอารมณ์ดี ฝ่ายที่ทักทายเราก้อยากจะคุยกับเราต่อไปแต่ถ้าเราตอบไปอย่างไม่สนใจใยดีนักว่า

“มีอะไรหรือ ?”

อย่างนี้ คนที่ทักทายเราก็คงหมดอารมณ์ที่จะคุยกับเราเป็นแน่

ฉะนั้น การพูดคุยไม่จำเป็นต้องดำเนินไปภายใจเงื่อนไขตายตัว หมายความว่า อารมณ์ที่เปลี่ยนไปของทั้งสองฝ่ายในขณะพูดคุย มักส่งผลกระทบต่อเนื้อหาที่พูดคุยกันด้วยเสมอ

ยังไงลองเอาไปใช้นะครับ จะได้มีคนคุยกับเราเยอๆ

บทความจาก : พูดจูงใจวิธีบงการผู้อื่นอย่างมีศิลปะ
รูปภาพ : arowanacafe.com

บทความน่าสนใจ

Blog Interesting :สวยสมวัย...ด้วยธรรมชาติ,สไตล์แฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งตัวอินเทรนด์,ผู้ชาย..ใครว่าเข้าใจยาก,เคล็ดลับง่ายๆ...ช่วยเพิ่ม ความจำดี,เคล็ดลับ เส้นทาง นักขาย,คู่มือ...ลดน้ำหนักเร่งด่วน,ศิลปะ...การพูดจูงใจคน,เทคนิคการแต่งกายตามแฟชั่น,ความรู้ กับตุ๊กตา

Read More …

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การพูดคุยให้เกิดรสชาติไม่น่าเบื่อ

การพูดออกรสชาติ การพูดคุยที่สนุกและมีรสชาตินั้น คู่สนทนาจะต้องมีข้อมูลมากพอที่จะหยิบยกมาเป็นประเด็นพูดคุยกันได้ บวกกับกาลเทศะที่เหมาะสม จึงจะคุยกันได้อย่างออกรสและสนุกสนาน

ถ้าคู่สนทนาพูดคุยกันได้อย่างออกรส แสดงว่าเรื่องที่พวดเขาพูดคุยกันจะต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เร้าใจ และมีข้อมูลให้พูดถึงมากมาย พวกเขาแค่หยิบเอาเรื่องใดเรื่องหนึ่งขึ้นมาพูดคุย ประเด็นต่างๆ ก็จะพรั่งพรูกันออกมาไม่รู้จบ มีเรื่องให้คุยได้ไม่รู้จักหมดขอเพียงเรามีประเด็นและเนื้อหามากพอที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดคุยได้ แต่ในทางกลับกัน หากเราขาดข้อมูล เราก็จะพูดไม่ได้ดังใจ คนฟังเองก็จะรู้สึกว่าน่าเบื่อ

บทความจาก : พูดจูงใจวิธีบงการผู้อื่นอย่างมีศิลปะ
รูปภาพ : arowanacafe.com

บทความน่าสนใจ

Blog Interesting :สวยสมวัย...ด้วยธรรมชาติ,สไตล์แฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งตัวอินเทรนด์,ผู้ชาย..ใครว่าเข้าใจยาก,เคล็ดลับง่ายๆ...ช่วยเพิ่ม ความจำดี,เคล็ดลับ เส้นทาง นักขาย,คู่มือ...ลดน้ำหนักเร่งด่วน,ศิลปะ...การพูดจูงใจคน,เทคนิคการแต่งกายตามแฟชั่น,ความรู้ กับตุ๊กตา

Read More …

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การพูดสำคัญอย่างไร

การพูด เรารู้กันว่า การพูดคุยช่วยกระชับความสัมพันธ์ต่อกันได้ ลองนึกดูว่าถ้าเราเริ่มงานวันแรกและเราไม่พูดคุยกับใครเลย แน่นอนก็ไม่มีใครอยากคุยกับเราเช่นกัน แต่ความสัมพันธ์ของคนเรามิใช้อยู่ที่การพูดคุยเท่านั้น การปฏิบัติก็สำคัญไม่น้อยกว่ากัน เช่นขณะที่เราเดินเข้าบริษัท ถ้าบังเอิญพบเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน ถือของพะรุงพะรังเต็มสองมือ เราก็แสดงน้ำใจช่วยถือของให้ และขณะที่เรากับเขาเดินเข้าบริษัทด้วยกัน พวกเราก็พูดคุยสนทนากันไปตลอดทาง ตรงนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดี แต่ถ้าเราทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินแซงหน้าเขาขึ้นไป ไม่นำพาว่าเขาจะถือของหนักแค่ไหน นั่นก็คงไม่มีจุดเริ่มต้นของความเนเพื่อนและมิตรภาพที่ดีแน่

ความมีน้ำใจและการกระทำอันแสนจะเล็กน้อยนี้ บางที่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพและความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หากเป็นในที่ทำงาน ก็จะละลายบรรยากาศอันเย็นขา สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นขึ้นมากแทน จนอาจพัฒนากลายเป็นเพื่อนที่ดี หรือมีส่วนช่วยเหลือด้านการงานต่อกันก็ได้ จะเห็นได้ว่า การพูดคุยมีส่วนช่วยกระชับความสัมพันธ์อย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อต้องการเกลี้ยกล่อมจูงใจอีกฝ่าย คำพูดก็ยิ่งเผยความสำคัญให้เห็นมากขึ้น

บทความจาก : พูดจูงใจวิธีบงการผู้อื่นอย่างมีศิลปะ

บทความน่าสนใจ

Blog Interesting :สวยสมวัย...ด้วยธรรมชาติ,สไตล์แฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งตัวอินเทรนด์,ผู้ชาย..ใครว่าเข้าใจยาก,เคล็ดลับง่ายๆ...ช่วยเพิ่ม ความจำดี,เคล็ดลับ เส้นทาง นักขาย,คู่มือ...ลดน้ำหนักเร่งด่วน,ศิลปะ...การพูดจูงใจคน,เทคนิคการแต่งกายตามแฟชั่น,ความรู้ กับตุ๊กตา

Read More …

วันอังคารที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

หลักการพูดโน้มน้าวใจ

หลักการ

1) พูดตามจุดมุ่งหมายของการพูดจรรโลงใจ ให้เหมาะกับสถานการณ์ โอกาส เวลาในการพูด

2) พูดโดยคำนึงถึงผู้ฟังผู้พูดควรพูดให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกที่สูงส่งดีงามและชี้ให้เห็นถึงอุดมคติ หรือให้เห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจะทำให้ได้รับคุณค่าและประโยชน์การฟัง

3) สร้างบรรยากาศในการพูด โดยแทรกอารมณ์ขันที่ทำให้ผู้ฟังผ่อนคลายหรือมีอารมณ์สุนทรี

4) ใช้ถ้อยคำภาษา อ้างอิง คำคม หรือยกตัวอย่างต่างๆ เป็นอุทาหรณ์ที่ชัดเจนและตรงกับประสบการณ์ ความสนใจ และทัศนคติของผู้ฟังประเภทและตัวอย่างการพูดจรรโลงใจการพูดจรรโลงใจแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

- พูดจรรโลงใจให้คลายทุกข์ การพูดจรรโลงใจให้บุคคลที่มีความทุกข์ได้คลายทุกข์จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทำให้บุคคลมีกำลังใจที่จะต่อสู้อุปสรรคต่อไป การพูดจรรโลงใจจึงช่วยปลุกปลอบใจให้ผู้มีความทุกข์ มีกำลังใจที่จะสร้างสรรค์ต่างๆ อันเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยไม่ท้อถอยแม้จะมีอุปสรรคสักเพียงใด

- พูดจรรโลงให้เพิ่มสุข การพูดจรรโลงให้ผู้ฟังมีความสุขการทำได้โดยการบอกเล่าเรื่องที่สนุกสนานแต่มีสาระประโยชน์ผู้ฟังจะเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน และมองเห็นโลกนี้สวยงามน่าอยู่ ในขณะเดียวกันก็ได้รับแนวคิดที่ดีจากการฟังอีกด้วยเรื่องที่นำมาพูดจรรโลงใจให้ผู้ฟังมีความสุข ได้แก่ นิทานสนุกๆ การแนะนำหนังสือหรือแนะนำให้ฟังเพลงหรือดูละคร การท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่างๆ เป็นต้น

- พูดจรรโลงใจให้คติข้อคิด การพูดจรรโลงใจให้คติข้อคิดแก่ผู้ฟัง เป็นการพูดที่ทำให้ผู้ฟังเกิดกำลังใจที่จะทำความดีหรือนำข้อคิดต่าง ๆ จากการฟังไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ได้การพูดให้คติข้อคิดมักจะมีลักษณะเป็นการพูดสั่งสอน หรือให้โอวาทในโอกาสสำคัญๆหรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใดขึ้น ซึ่งผู้พูดจะนำเอาเหตุการณ์นั้นมาบอกเล่าแก่ผู้ฟัง โดยมีจุดมุ่งหมายในการพูดเพื่อให้ผู้ฟังได้แง่คิดและนำข้อคิดต่าง ๆ ไปพิจารณา หรือนำไปปฏิบัติต่อไป

บทความจาก : psuspeechclub.psu.ac.th
รูปภาพ : paktho.ac.th/student/thai1/index4_2.html

บทความน่าสนใจ

Blog Interesting :สวยสมวัย...ด้วยธรรมชาติ,สไตล์แฟชั่นเสื้อผ้าการแต่งตัวอินเทรนด์,ผู้ชาย..ใครว่าเข้าใจยาก,เคล็ดลับง่ายๆ...ช่วยเพิ่ม ความจำดี,เคล็ดลับ เส้นทาง นักขาย,คู่มือ...ลดน้ำหนักเร่งด่วน,ศิลปะ...การพูดจูงใจคน,เทคนิคการแต่งกายตามแฟชั่น,ความรู้ กับตุ๊กตา

Read More …

วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การพูดให้คนไม่ประมาท

การพูดให้ไม่ประมาทการพูดให้คนไม่ประมาทคุณพูดกับน้องชายว่า “ขับรถให้ดีๆ นะ แต่ถ้าเกิดไปเฉียวไปชนใครก็ไม่ต้องกลัว ยิ่งชนกันบ่อยๆ นั่นแหละจะได้มีประสบการณ์มากขึ้น อย่าตกใจละถ้าไปชนเฉี่ยวกับใคร” ในการพูดที่เหมือนว่าจะส่งเสริมว่าความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ต้องกลัวนั้น ยิ่งกลับทำให้ผู้ฟังต้องระมัดระวังจะยึดเอาคำพูดนั้นไปเตือนใจอย่างเคร่งครัดทีเดียว เพราะเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ่งกลัวจะเกิดความผิดพลาด

ความไม่ประมาณและความระมัดระวังก็จะยิ่งเกิดขึ้นมากกว่าที่จะถูกกำชับบ่อยๆ ว่าอย่าให้เกิดความผิดพลาด

ตัวอย่างเช่น

“ทำดีๆ นะอย่าให้พลาดละ” หรือ “ระวังตัวให้ดีๆ นะ อย่าประมาทเดี๋ยวจะเกิดเรื่องได้” การสั่งกำชับกำชาเพื่อให้มีเกิดความผิดพลาดนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่มีผู้พูดผู้สั่งมากมายตลอดเวลา โดยที่ฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นผู้ฟังนั้นจะเพียงฟังไวในหูแต่มิได้ตระหนักหรือสำนึกในคำพูดนั้นแต่อย่างใด

พูดง่ายๆ ก็คือยิ่งกำชับยิ่งสั่งเช่นนั้นก็เหมือนกับพูดให้เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ผู้ที่เป็นผู้ฟังไม่ได้มีความกระตือรือร้นหรือยึดมั่นปฏิบัติตามคำพูดคำเตือนนั้นอย่างเคร่งครัดนั่นเอง

สิ่งที่อาจสนใจ

blog interesting : ช้อปปิ้ง เครื่องประดับ เสื้อผ้า,เคล็ดลับง่ายๆ...ช่วยเพิ่ม ความจำดี

Read More …

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทำเรื่องเล็กเป็นใหญ่ จูงใจคนได้

climate_changeการขยายเรื่องเล็กน้อยให้กลายเป็นเรื่องใหญ่นี้เป็นเทคนิคที่ใช้เฉพาะกรณีที่คุณเป็นฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบต่อผู้อื่นและอยากจะจูงใจให้ฝ่ายตรงข้ามไม่เอาผิดกับคุณเท่านั้น

เทคนิคนี้อธิบายได้ด้วยตัวอย่างดังต่อไปนี้

สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารแห่งหนึ่งและบังเอิญในวันหนึ่งมีลูกค้าโวยวายว่ามีแมลงวันตกลงไปชามต้มยำบนโต๊ะนั้นซึ่งลูกค้าถึงกับโวยวายว่าจะฟ้องร้อง

แทนที่คุณจะไปดูแล ขอโทษขอโพยและเปลี่ยนชามใหม่ให้ ทั้งบอกว่าวันหลังจะระมัดระวังให้มากขึ้น คุณอาจจะใช้วิธีจูงใจโดยกรขยายปัญหาเล็กน้อยให้กลายเป็นปัญหาใหญ่ก็ได้ โดยพูดเป็นทำนองที่ว่านี้เป็นเรื่องผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน ถ้าแม่ครัวหรือพนักงานเสิร์ฟปล่อยให้แมลงวันตกลงไปในชามต้มยำได้เช่นนี้ คงจะต้องให้สาธารณสุขมาตรวจสอบใหม่ และจะต้องปิดร้านเพื่อมีการตรวจสอบและจัดการเรื่องอนามัยใหม่

การยอมรับผิดด้วยเห็นเรื่องเล็กน้อยเป็นเรื่องใหญ่ เป็นความผิดที่ใหญ่โตเช่นนั้นทางลูกค้าก็จะตกอกตกใจ เพราะแทนที่จะโกรธแต่ในเรื่องของตน กลับจะพลอยตกใจไปว่าหากตนเอาเรื่องเอาราวขึ้นมาร้านคงจะถูกปิด และมองไปรอบๆ ก็มีเด็กๆ ที่เป็นพนักงานเสิร์ฟตกงานหรือคนอื่นอีกหลายคนเลยที่เดียว

เมื่อเป็นเช่นนี้ลูกค้าโต๊ะนั้นก็อาจจะให้อภัยและไม่เอาโทษ ไม่เอาเรื่องราวถึงขั้นฟ้องร้องแต่อย่างใด

แต่ในทำนองเดียวกันถ้าคุณไม่ได้แสดงอาการรับผิดชอบอย่างมากพอควร หากลูกค้าผู้นั้นโกรธมากจริงๆ ก็จะสามารถมีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคุณได้และทำให้ร้านของคุณถูกปิดได้จริงๆ ก็เป็นได้

ดังนั้นในสถานการณ์ใดๆ ก็ตามที่คุณอยู่ในฝ่ายเป็นผู้ผิดหรืเป็นผู้ที่จะต้องรับผิดชอบ แทนที่คุณจะไปจูงใจหรือโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมด้วยการพูดขอโทษขอโพยอย่างดี หรือขอร้องให้อีกฝ่ายไม่เอาผิดเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็นการพูดที่ไม่ได้ผลนัก

แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าใช้วิธีพูดจูงใจในลักษณะที่เห็นความผิดพลาดที่เล็กๆ น้อยๆ นั้นเป็นความผิดพลาดที่ใหญ่โตมีผลกระทบต่อคุณจริง ลักษณะการพูดเช่นนี้แหละถึงจะโน้มน้าวจิตใจฝ่ายตรงข้ามให้ยกโทษหรือให้อภัยแก่ฝ่ายคุณได้อย่างดีที่เดียว

ในลักษณะดังกล่าวนี้ ถือว่าเป็นการแสดงออกซึ่งความรับผิดชอบและสร้างนิสัยให้ตนเองรู้จักเห็นปัญหาทุกปัญหาเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่เห็นเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่สำคัญแต่อย่างใด

สิ่งที่อาจสนใจ

Read More …

จี้จุดที่ความสามารถ อย่างจี้จุดที่ความรู้สึก

จี้จุด หากการโน้มน้าวใจนั้นเป็นไปไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะใช้กลวิธีการพูดอย่างไรก็ตาม ขอให้คุณใช้วิธีจี้จุดของฝ่ายตรงข้าม แต่ควรจะจี้ที่ประเด็นของความสามารถของเขา อย่าจี้จุดที่ความรู้สึกนึกคิดซึ่งมันเป็นเรื่องของความคิดเห็นส่วนตัวของคนทั่วไป

ความรู้สึกส่วนตัวนั้นหากเราไปจี้จุดของใคร เขาก็ย่อมจะยังคงเข้าข้างความรู้สึกที่เขามีอยู่ในใจในส่วนลึกของตน

แต่ถ้าเราจี้จุดของความสามารถนั้น ย่อมเป็นเรื่องท้าทายที่คนเราจะต้องมีความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาทันที่ถ้าถูกจี้จุดในเรื่องของความสามารถ

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการผลักดันให้เพื่อนร่วมงานของคุณที่กำลังจะเข้าประชุมช่วยเสนอเรื่องราวบางอย่างต่อเจ้านายของคุณ แต่ทว่ามีเพื่อนที่อาจจะมีท่าที่ไม่เต็มใจที่จะนำเรื่องราวเหล่านั้นไปเสนอ

หากคุณพูดว่า “เอาละ ถ้าเธอไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดก็ได้” การที่คุณพูดเช่นนี้คุณก็จะไม่สามารถจี้จุดฝ่ายตรงเข้าได้เพราะนั่นเป็นความรู้สึกส่วนตัว ผู้ฟังก็จะรู้สึกคล้อยตามคำพูดนั้นและเข้าข้างตัวเองว่า “จริงสินะ ก็เราไม่อยากทำนี่นา เราก็ไม่จำเป็นต้องทำ”

แต่ถ้าคุณจี้จุดความสามารถด้วยการใช้คำพูดที่ว่า “เอาเถอะ ถ้าเธอพูดไม่เป็นฉันก็ไม่ดันทุรังต่อไปก็ได้นะ” การพูดที่ทำงานท้าทายอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีความสามารถหรือทำไม่เป็น หรือไม่กล้าทำ ย่อมเป็นการท้าทายที่ไปกระทบความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างดียิ่ง

การจี้จุดหรือจงใจกระตุ้นที่ความสามารถของอีกฝ่ายนั้นย่อมมีผลต่อฝ่ายตรงข้าให้รู้สึกต่อต้านกับคำพูดลักษณะเช่นนั้น โดยจะมีความคิดกับตัวเองว่า “เราน่ะหรือพูดไม่เป็น เราทำได้ เราพูดได้อย่างแน่นอน”

การจี้จุดท้าทายความสามารถเช่นนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะโน้มน้าวใจให้ฝ่ายตรงข้ามหันมากระทำอย่างที่คุณคาดหวังหรืออยากให้อีกฝ่ายคล้อยตามคำพูดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นกรณีอื่นๆ หรือในสถานการณ์อื่นๆ ก็ตาม

นอกจากจะหลีกเลี่ยงคำพูดที่ว่า ถ้าคุณไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำแล้วนั้น คำพูดอื่นๆ ที่ควรจะหลีกเลี่ยงก็มีอีกหลายประโยค เช่น ถ้าคุณต้องการทำ ถ้าคุณไม่ชอบทำ

หลักเกณฑ์ที่ซ่อนอยู่ในกลยุทธ์ข้อนี้ก็คือคนเรานั้นย่อมมีความเชื่อมั่นในตัวเองอยู่ส่วนลึก แม้คนผู้นั้นจะมีความเชื่อมั่นในตนเองอยู่น้อยก็ตาม แต่ถึงอย่างไรคนเราก็ไม่ชอบที่จะถูกท้าทายว่าไม่มีความสามารถที่จะทำได้ หากมีใครมาพูดเช่นนั้นก็ย่อมจะมีความรู้สึกที่อยากจะแสดงความสามารถเพื่อที่จะพิสูจน์ให้ผู้อื่นเห็นว่าตนก็สามารถจะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะไร้ความสามารถแต่อย่างใด

ในลักษณะที่ใครก็ตามหากมีความลังเลหรือไม่เต็มใจกระทำในเรื่องราวบางสิ่งบางอย่าง หากคุณสามารถกระตุ้นช่วยให้เขาหันมาเคารพและรู้สึกอยากท้าทายตัวเอง เขาจามารถกระทำสิ่งที่คุณหวังได้อย่างตั้งอกตั้งใจมากขึ้น มีความเต็มใจที่จะทำมากขึ้น

แต่ถ้าคุณไม่จี้จุดท้าทายความสามารถ แต่ไปจี้จุดในเรื่องของความรู้สึก เช่นว่า ถ้าไม่เต็มใจทำก็ไม่ต้องทำ หรือถ้าไม่ต้องการทำก็ไม่เป็นไร การพูดเช่นนี้ย่อมไม่มีผลต่อฝ่าตรงข้ามแต่อย่างใดแน่นอน

แต่หากพูดว่า “คุณทำไม่เป็นต่างหาก อย่าอ้างเลยว่าไม่ชอบทำแบบนี้” การพยายามใช้คำพูดแบบนี้มาผสมในลักษณะการพูดโน้มน้าวใจย่อมจะสามารถจี้จุดและเร้าอีกฝ่ายให้เปลี่ยนความรู้สึกเดิมหันมาแสดงความสามารถให้คุณได้เห็นอย่างแน่นอน

สิ่งที่อาจสนใจ

Read More …